บางจากฯ ย้ำความมั่นใจ เดินหน้าผลิต SAF ตอบโจทย์อุตสาหกรรมการบินยั่งยืน

admin
0 0

Sharing is caring!

Read Time:2 Minute, 40 Second

ซีอีโอ กลุ่มบริษัทบางจากฯ ออกมายืนยันความพร้อม การดำเนินงานผลิตน้ำมันเชื้อเพลิง SAF หลังเจอประเด็นวัตถุดิบขาด ความต้องการหด เผยธุรกิจยังไม่เริ่มจะขาดทุนได้ไง

กลุ่มบริษัทบางจากฯ ยืนยันความพร้อมในการเดินหน้าโครงการผลิต น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) ทั้งในด้านวัตถุดิบ เทคโนโลยี และตลาดรองรับ หลังมีกระแสข่าวตั้งข้อสงสัยถึงปัญหาด้านการขาดทุน โดยชี้ว่าทุกอย่างยังคงเป็นไปตามแผน พร้อมตั้งเป้าเดินเครื่องผลิตเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 2 ปี 2568

ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการ SAF ว่า ขณะนี้การก่อสร้างมีความคืบหน้ากว่า 96% โดยมีแผนเริ่มทดสอบสมรรถนะของโรงงาน (Plant Performance Test Run) ในช่วงไตรมาส 2 และจะทยอยเพิ่มระดับการผลิต (Ramp-up) จนถึงการเดินเครื่องเต็มกำลังในช่วงไตรมาส 3 เป็นต้นไป

ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

“โครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของบางจากจากผู้นำพลังงานทดแทน สู่ผู้นำพลังงานแห่งอนาคต ด้วยเทคโนโลยีและระบบที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับโลกจาก ISCC” ชัยวัฒน์ กล่าว

ผลิต SAF รายแรกของไทยจากน้ำมันใช้แล้ว

บางจากฯ ถือเป็นผู้บุกเบิกการผลิต Neat SAF 100% รายแรกของประเทศไทย โดยใช้วัตถุดิบจาก น้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว (Used Cooking Oil: UCO) และของเหลือทิ้งจากภาคอุตสาหกรรมและบริการอื่น ๆ ซึ่งได้มีการทำ MOU กับผู้ประกอบการรายใหญ่และรายย่อยมากกว่า 10 ราย มีสต๊อกวัตถุดิบสะสมแล้วกว่า 25 ล้านลิตร

วางรากฐานสู่ความยั่งยืน-ต้นทุนได้เปรียบจากโรงกลั่นเดิม

การใช้ทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐานจากโรงกลั่นเดิม ช่วยลดต้นทุนการก่อสร้างและการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมประเมินระยะเวลาการคืนทุนไว้ที่ 3-5 ปี แต่หากนโยบายการส่งเสริมจากรัฐในประเทศต่างๆ ยังไม่ชัดเจน อาจยืดไปถึง 5-7 ปี

ตลาด SAF ยังโต แม้ไร้นโยบายบังคับใช้ชัดเจนในเอเชีย

แม้ในภูมิภาคเอเชียยังไม่มีนโยบายบังคับผสม SAF อย่างเป็นรูปธรรม แต่ความต้องการทั่วโลกยังเติบโตต่อเนื่อง จากแรงขับเคลื่อนของเป้าหมาย Net Zero โดยเฉพาะในภูมิภาคยุโรปที่กำหนดเป้าหมายขั้นต่ำไว้ที่ 2% ภายในปี 2025

บางจากฯ มองว่าในระยะยาวตั้งแต่ปี 2030 เป็นต้นไป ตลาด SAF อาจเข้าสู่ภาวะขาดแคลน เนื่องจากข้อกำหนดการใช้เริ่มมีผลบังคับในหลายประเทศ อีกทั้งคาดว่าราคา SAF อาจขยับขึ้นไปถึง 70-80 บาท/ลิตร จากระดับปัจจุบันที่ 40-50 บาท/ลิตร

ตอบโต้กระแสข่าว “ขาดทุน” ยันข้อมูลไม่ตรงข้อเท็จจริง

สำหรับกรณีมีกระแสข่าวว่าโครงการประสบปัญหาขาดทุน ชัยวัฒน์ ชี้ว่าเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนและอาจเกิดจากความเข้าใจผิด โดยยืนยันว่าโครงการมีการวางแผนอย่างเป็นระบบ ทั้งในด้านงบประมาณ การหาตลาด และการจัดหาวัตถุดิบ

อย่างไรก็ตาม บางจากฯ ยอมรับว่ายังมีความท้าทายจากความไม่แน่นอนของนโยบายภาครัฐในหลายประเทศ ซึ่งอาจกระทบต่อเสถียรภาพการลงทุนในระยะยาว พร้อมเรียกร้องให้ภาครัฐไทยพิจารณามาตรการสนับสนุนที่ชัดเจน เช่นเดียวกับในสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และจีน

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %

Average Rating

5 Star
0%
4 Star
0%
3 Star
0%
2 Star
0%
1 Star
0%

Leave a Reply

You May Like