ยูโอบี ประเทศไทย ปรับโฉมสาขาระยอง เป็นสาขาต้นแบบด้านความยั่งยืน คาดได้รับการรับรองมาตรฐาน LEED ปี 2568 สะท้อนความมุ่งมั่นของธนาคาร ในการดำเนินงานด้านความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง พร้อมเป้าหมายในการรักษาความเป็นกลางทางคาร์บอนในการดำเนินงาน
ปิยพร รัตน์ประสาทพร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ เครือข่ายสาขาและบริการดิจิทัล ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า การปรับโฉมสาขาระยองให้เป็นมากกว่าศูนย์ให้บริการทางการเงิน แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ส่งเสริมการทำงานร่วมกัน การมีส่วนร่วมของชุมชน และการแบ่งปันความรู้ด้านความยั่งยืน อีกทั้งยังออกแบบให้ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยนำเทคโนโลยีที่ช่วยประหยัดพลังงานมาใช้ ซึ่งคาดว่าจะได้รับการรับรองมาตรฐาน LEED หรือมาตรฐานอาคารเขียวระดับสากลภายในปี 2568 นี้ พร้อมกันนี้ ยังตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากสาขาลง 16% ภายในปี 2573 เมื่อเทียบกับปี 2567 ซึ่งเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้จำนวน 41,200 ต้น

จังหวัดระยองเป็นส่วนหนึ่งของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นศูนย์กลางสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ท่ามกลางการเติบโตอย่างต่อเนื่องของภาคธุรกิจ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ตระหนักถึงความต้องการขององค์กรที่มุ่งสู่การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน สาขาระยองจึงได้รับการออกแบบโดยยึดหลักความยั่งยืนเป็นหัวใจสำคัญ ทั้งในด้านการใช้พลังงานหมุนเวียน วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ระบบอนุรักษ์น้ำ และเทคโนโลยีการกรองอากาศขั้นสูง ซึ่งช่วยให้สาขาแห่งนี้เป็นมากกว่าศูนย์กลางการให้บริการทางการเงิน แต่ยังเป็นพื้นที่สำหรับให้คำปรึกษาด้านการเงิน และส่งเสริมความรู้ด้านความยั่งยืนแก่ชุมชน

การปรับปรุงสาขาระยองสอดคล้องกับกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนของธนาคาร ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนในทุกมิติของการดำเนินธุรกิจ โดยกำหนดให้สาขาระยองเป็นต้นแบบของ “สาขาเพื่อความยั่งยืน” ซึ่งจะเป็นแนวทางมาตรฐานสำหรับสาขาอื่นๆ ต่อไป

นอกจากนี้ ธนาคารยังเดินหน้าขยายแนวทางเพื่อความยั่งยืนไปยังเครือข่ายสาขาทั่วประเทศทั้ง 144 แห่ง โดยให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนระบบเอกสารจากกระดาษสู่ระบบดิจิทัล การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ ระบบกรองน้ำและอากาศ รวมถึงการนำรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ในงานปฏิบัติการ เพื่อก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
