Leadership/Inspiration

“บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์” นักธุรกิจผู้ผสานศาสตร์และศิลป์

จากแวดวงดารานักแสดงครึกครื้นกับการทำธุรกิจ โดยมีเหล่าแฟนคลับเป็นฐานลูกค้าแรก และถ้าสินค้าดีจริง ก็จะมีลูกค้านอกฐาน (Fan Club :FB) มาช่วยอุดหนุนต่อ ยิ่งถ้าดารานักแสดงคนนั้นมีความสามารถด้านธุรกิจด้วยแล้ว ชีวิตในมุมธุรกิจ ยิ่งรุ่งโรจน์

93C43AEC-E91F-47DB-A78E-96B378CE4844

ในเมื่อช่องทางมี โอกาสอำนวย ไม่ต้องเสียค่าการตลาดมาก ธุรกิจดาราเลยเกิดขึ้นเกลื่อนเมือง บรรดา FC ทั้งหลายรู้ดี แต่ถ้าอยากรู้ลึก พื้นที่ตรงนี้ จะเป็นจุดกระจายข่าวธุรกิจดาราให้คุณรู้เอง

หนึ่งในบรรดานักธุรกิจหน้าตาดีในวงการ ต้องยกให้หนุ่มหนวด พระเอกวิก 3 พระราม 4 “บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์” คนนี้เลย

งานหนักไม่ว่า เพราะ “บอย” บอกว่าสนุก อยากเรียนรู้ แล้วถ้าอนาคตเมื่อต้องออกจากอาชีพดารา ไม่ว่าจะลงทุนอะไรก็ต้องใช้เงิน ชิมิ? ถ้างั้น ขยันตอนนี้ ในยามที่โอกาสเปิด แรงยังดี แบบนั้นจะดีกว่าไหม เก็บเงินเยอะๆ เผื่ออยากทำอะไร ก็มีเงินไว้ทำ

เพราะฉะนั้น “คุณบอยของพวกเรา” เลยมีงานเยอะแยะ เริ่มตั้งแต่งานหลัก คือ การแสดง ละคร พิธีกร หนังใหญ่เข้าโรงก็มีให้เห็น ไม่ต้องบอกนะว่าเรื่องอะไรบ้าง ไปถามอาจารย์กู (google) ดู รับรองรู้หมด แต่เรื่องที่คนยังไม่ลงรายละเอียด อย่างการทำธุรกิจของเขา เราต้องมาดูกัน

C0FF43DB-2D9D-4654-939C-4CD808FDDE1C

เริ่มกันที่ร้านโฟรเซนโยเกิร์ต “ปาร์ตี้ แลนด์” (PARTY LAND) ที่ร่วมหุ้นกับคู่จิ้น “มาร์กี้- ราศรี บาเล็นซิเอก้า” ธุรกิจแรกที่ “พี่หนวด” ลงทุนลงแรงอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ด้วยเงินทุนเริ่มต้นกว่า 10 ล้านบาท เพื่อนนอกวงการอีก 1 ที่เป็นหุ้น และ “โทชิโนริ มิยาโมโตะ” เจ้าของปาร์ตี้แลนด์ที่ญี่ปุ่นอีกหนึ่งหุ้น เปิดประเดิมสาขาแรกก็หรูเริ่ด ที่ชั้น G สยามพารากอน ตั้งแต่วันเปิดตัว ผู้คนแน่นขนัดร้าน เหตุเพราะพี่แกและคู่จิ้น รวมทั้งน้องชาย และน้องสาว “วันใหม่” ไปนั่งเป็น Mascot ให้เหล่า FC ชื่นชมกันประจำ แบบนี้จะไม่ให้คนอื้ออึง ช่วยที่ผ่านมาถือว่าประสบความสำเร็จมาก

พอถามว่า คิดยังไงถึงมาทำธุรกิจ ตามกระแสดาราที่ต้องมีธุรกิจของตัวเองหรือเปล่า “บอย” ตอบง่ายๆ เรียบๆ ว่า…”การเริ่มทำธุรกิจ จริงๆ ไม่ได้มีเหตุผลอะไรมาก ไม่ได้มีแรงจูงใจอะไรหนักๆ มันมาพร้อมวัยมากกว่า เขาคนนี้อยากมีอะไรเป็นของตัวเองบ้าง สำรองอาชีพไว้หลังเลิกลางานแสดงบ้าง

เริ่มจากปาร์ตี้แลนด์ ตามมาเ้วยร้านอาหารเต็มรูปแบบ ชื่อ “ซูชิ ชิน” (Sushi Shin) ที่ร่วมหุ้นกับ “เจิน-ณิชชาพัณณ์ ชุณหะวงศ์วสุ” ดาราสังกัดวิกสามด้วยกัน และยังมีหุ้นส่วนนอกวงการคนอื่นๆ อีก ร้านนี้เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์พรีเมียมซูชิ เปิดสาขาแรกที่ Nihonmura Building ทองหล่อ 13 ตอนนี้ปาไป 2 สาขา กำลังจะเปิดสาขาที่ 3 เร็วๆ นี้ และอีกร้านคือ โกเบ สเต็ก ที่มีแล้ว 5 สาขา

ต่อจากนั้น ก็ถึงธุรกิจล่าสุด “ซุปเพอร์ก้า” (Superga) แบรนด์รองเท้าจากอิตาลี ที่เพื่อนมาชวนร่วมหุ้น เมื่อตัวเองชอบใส่รองเท้าผ้าใบอยู่แล้ว ก็เลยสนใจ แต่ตอนนี้หยุดไปแล้ว

20DE018A-28DF-4B37-BB10-2AF5E1A4CAF1

ล่าสุด กับแบรนด์สกินแคร์ “BoJi Tea Care” ที่ลงทุนผลิตเอง ในนามบริษัท จีทีเอ็น 888 จำกัด โดย “บอย” นั่งบริการในตำแหน่ง ประธานบริษัท เริ่มต้นด้วยการทำตลาดออนไลน์ กับยอดขายที่ตั้งเป้าไม่มากไม่มาย 100 ล้านบาทสิ้นปี 2561 แล้วไต่ขึ้น 500 ล้านบาท ภายในไตรมาสแรกของปี 2562 หลังจากนั้นขยายตลาดต่อไปประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีพาร์ทเนอร์อยู่แล้วที่ลาว

สรุปว่าชักสนุกมากขึ้นเรื่อยๆ  ทั้งๆ ที่ทำเยอะขนาดนี้ มีงานหลักกับการแสดง แล้วยังเป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้าอีกนับ 10 แบรนด์ มันไม่ง่ายเลยกับการบริหารเวลา แต่ “บอย-ปกรณ์” คนนี้ทำได้ เพราะความรับผิดชอบ และความจริงจังทุกครั้งกับการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นงานอะไร

อย่างงานแสดงไม่ต้องพูดถึง งานพรีเซ็นเตอร์ และธุรกิจที่เข้าไปร่วมหุ้นนี่ซี ปกติคนรับงานพรีเซ็นเตอร์ ก็แค่ถ่ายโฆษณา ออกอีเว้นท์แล้วจบ แต่ “บอย” ไม่จบแค่ นางมีโซเชียลมีเดียกี่อย่าง ก็โหมลงโฆษณาเพิ่มมูลค่าให้แบรนด์นั้นๆ เป็นระยะๆ หรือธุรกิจที่เข้าไปหุ้น มีเวลาว่างเมื่อไร เป็นไปโผล่ที่ร้าน แล้วไม่ใช่แค่นั่งหรือยืนเป็นหุ่นให้คนมาถ่ายรูป แต่นางเสิร์ฟเอง รับออเดอร์เอง บริหารร้านเอง ทำหมดทุกสิ่งอย่าง

“บอย” บอกว่า การทำธุรกิจต้องทำในสิ่งที่ชอบ และสนใจกับสิ่งนั้นจริงๆ และที่สำคัญ คือความซื่อสัตย์จริงใจที่มีให้กับลูกค้า และทุกๆ คน

E5299789-AAE7-447B-B61A-04C3CA02453B

ที่ผ่านมา “บอย” ใช้โอกาสในการเป็นนักแสดง พรีเซ็นเตอร์ และพิธีกร เรียนรู้การทำตลาด ศึกษา และซึมซับมาเรื่อยๆ และเขาก็รู้ว่า เมื่อถึงจุดไหนควรหยุด หรือธุรกิจไหนที่มีโอกาสและควรไปต่อ เพราะฉะนั้น จึงไม่น่าแปลกใจ ที่จะเห็นผู้ชายคนนี้ ลุยงานใหม่ๆ เสมอ โดยเฉพาะธุรกิจล่าสุด เขาตั้งใจเลยว่า จะสร้างให้เป็นธุรกิจของครอบครัว มีแม่และน้องเข้ามาช่วย

ในขณะที่คุณแม่ ก็ทำธุรกิจให้เข่าอพาร์ทเม้นท์ ซึ่งแม่ และเครือญาติ ก็คือต้นแบบ ที่ทำให้คนสนใจกับการทำธุรกิจมาตั้งแต่ต้น

จากการศึกษาปริญญาตรี คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย “บอย-ปกรณ์” บอกว่า เคยไปสมัครเป็นดีเทลยา หรือเซลล์ขายยา แต่เขาไม่รับ (ไม่ได้บอกว่าบริษัทอะไร แต่บริษัทนั้นคงเสียใจมาจนถึงบัดนี้แหละ ที่ไม่รับผู้ชายคนนี้เป็นพนักงาน) ความใฝ่ฝันสูงสุดของเขา จึงอยากทำอีกหนึ่งธุรกิจ คือ การเปิดร้านขายยาของตัวเอง แต่ในที่สุด เขาก็ผันจากร้านขายยา มาผนวกกับความถนัด สร้างเป็นธุรกิจสกินแคร์ซะเลย ซึ่งดูจะไปได้ดีกับความเป็นนักแสดงของเขามากกว่า การเป็นเภสัชกรยืนขายยาอยู่ในร้าน

“ตอนนี้ผมเรียนรู้จากลูกค้า เรียนรู้จากสิ่งที่เราสัมผัส…ผมว่ามันละเอียดกว่าตำรา ถ้าอ่านตำรา มันอาจเป็นอะไรที่เป็นหลักสูตร ง่าย เร็ว สะดวก แต่ถ้าเรียนกับลูกค้า อาจจะสะเปะสะปะ มันอาจทำให้ช้า แต่มันละเอียดกว่า ได้เรียนรู้มากกว่า ผมอาจจับผิดจุดบ้างถูกจุดบ้าง แต่มันละเอียดดี”

ตบท้ายอีกนิด กับความคิดที่ไม่ใช่แค่นักแสดง ขายหน้าตาไปวันๆ “บอย-ปกรณ์” บอกว่า การเป็นนักแสดงสามารถช่วยเรื่องพีอาร์ได้ดี ทำให้คนรู้จักร้านเร็วขึ้น คนรู้จักสิ่งที่เราทำเร็วขึ้น ส่วนมันจะดีขึ้นแค่ไหน อยู่ที่คุณภาพและบริการของเราจริงๆ …ผมคุยกับคนอื่นได้ง่ายอยู่แล้ว เวลาเราเจอลูกค้าเราก็กล้าคุย แต่ตรงนั้นมันคือเรื่องพีอาร์ ต่อให้การพีอาร์ดี แต่ถ้าบริการและสินค้าไม่ดี มันก็ไปไม่รอด มันต้องทำให้ดีกว่าพีอาร์ แรงพีอาร์ทำให้ลูกค้ามาที่ร้าน แต่การที่จะทำให้ลูกค้ากลับมาที่ร้าน มันต้องอยู่ที่บริการที่ดีและสินค้าที่มีคุณภาพ

นี่คือ หนุ่มนักแสดง ที่มีความคิดรับผิดชอบ และพร้อมที่จะก้าวขึ้นเป็นนักธุรกิจอย่างเต็มตัว ในวันที่เขาพร้อมและอยากทำ…

0 comments on ““บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์” นักธุรกิจผู้ผสานศาสตร์และศิลป์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: